สถิติ แนวข้อสอบ กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา...
คำถาม
46
กระดาษคำตอบ
29
สุ่มคำถาม
2900
ตอบถูก
4
ประเมินผล
0%
ผู้เยี่ยมชม
0%
ทำข้อสอบออนไลน์
G-Code
รหัสสำหรับทำข้อสอบออนไลน์ ยืนยันตัวตนด้วยการเสียบบัตรประชาชนบนเครื่องอ่านสมาร์ทการ์ด
QR-Code...
คำถาม แนวข้อสอบ กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา...
46 รายการ | หน้าที่ 1 | 1-10
| ป.วิ.อาญา มาตรา 221 ที่ให้อำนาจแก่ผู้พิพากษาคนใดซึ่งพิจารณาหรือลงชื่อในคำพิพากษาหรือทำความเห็นแย้งในศาลชั้นต้น หรือศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ฎีกาได้ ก็เฉพาะแต่ผู้พิพากษาในศาลที่พิจารณาคดีนั้นเอง การที่ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาในศาลที่รับประเด็นอนุญาตให้ฎีกาจึงเป็นการไม่ชอบ คดีส่วนอาญาที่โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานบุกรุก คู่ความจึงต้องห้ามมิให้ฎีกา ศาลชั้นต้นจึงต้องสั่งไม่รับฎีกาในคดีส่วนอาญาของโจทก์ สำหรับคำขอบังคับให้ขับไล่จำเลยกับชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ 300,000 บาท เป็นคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา ศาลชั้นต้นต้องสั่งรับฎีกาคดีส่วนแพ่งของโจทก์ด้วยเช่นกัน |
| โจทก์ฟ้องว่า จำเลยบุกรุกที่ดินของโจทก์ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362, 365 (2) และบังคับให้ขับไล่จำเลยกับให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ 300,000 บาท จำเลยให้การปฏิเสธว่า โจทก์ไม่ใช่เจ้าของที่ดินพิพาทขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาต้องกันว่า โจทก์ไม่ใช่เจ้าของที่ดินพิพาท ให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกาขอให้บังคับตามคำขอท้ายฟ้อง โดยมีผู้พิพากษาศาลชั้นต้นในศาลอีกแห่งหนึ่งซึ่งเคยนั่งพิจารณาสืบพยานประเด็นคดีนี้เป็นผู้อนุญาตให้ฎีกา ดังนี้ ให้วินิจฉัยว่าหากท่านเป็นศาลชั้นต้น จะสั่งรับฎีกาโจทก์หรือไม่ |
| นายสุรินทร์เป็นโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษนายสำราญฐานพยายามฆ่านายสุรินทร์ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288, 80 ในวันนัดไต่สวนมูลฟ้องโจทก์และทนายโจทก์ไม่มาศาลโดยไม่ได้แจ้งเหตุขัดข้อง ศาลชั้นต้นจึงพิพากษายกฟ้อง ต่อมาอีก 1 เดือน พนักงานอัยการได้ยื่นฟ้องนายสำราญในข้อหาพยายามฆ่านายสุรินทร์ผู้เสียหายดังกล่าวอีก นายสำราญจำเลยให้การปฏิเสธ และต่อสู้ว่าพนักงานอัยการไม่มีอำนาจฟ้องเพราะศาลได้เคยพิพากษายกฟ้องไปแล้ว ศาลชั้นต้นเห็นว่าพนักงานอัยการโจทก์มีอำนาจฟ้องและฟังว่านายสำราญจำเลยใช้อาวุธปืนยิงนายสุรินทร์ ผู้เสียหายจริง แต่เป็นการกระทำโดยป้องกันเกินสมควรแก่เหตุ พิพากษาลงโทษจำคุก 3 ปี พนักงานอัยการอุทธรณ์ว่า การกระทำของจำเลยไม่เป็นการป้องกัน ส่วนนายสำราญจำเลยอุทธรณ์ว่า พนักงานอัยการไม่มีอำนาจฟ้อง ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า พนักงานอัยการมีอำนาจฟ้อง แต่เห็นว่าการที่นายสำราญจำเลยใช้อาวุธปืนยิงนายสุรินทร์ผู้เสียหายเป็นการป้องกันพอสมควรแก่เหตุไม่มีความผิด พิพากษายกฟ้อง ดังนี้ คำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ที่ว่าพนักงานอัยการมีอำนาจฟ้อง และคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่ยกฟ้องนั้นชอบหรือไม่ |
| นายเฒ่าให้แหวนเพชร 1 วง แก่นางสาวอ่อนโดยเสน่หา แต่ต่อมานายเฒ่าโกรธนางสาวอ่อน จึงเอาความเท็จไปแจ้งต่อพนักงานสอบสวนว่านางสาวอ่อนยักยอกแหวนเพชรของตนไป แต่พนักงานสอบสวนไม่ดำเนินคดีให้ เพราะนายเฒ่าบอกว่าขอแจ้งไว้เป็นหลักฐานเท่านั้น หลังจากนั้น นายเฒ่าได้ยื่นฟ้องนางสาวอ่อนต่อศาลว่ากระทำความผิดฐานยักยอกแหวนเพชร ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่าคดีมีมูลสั่งประทับฟ้อง นายเฒ่าได้อ้างตนเองเป็นพยานเบิกความว่านางสาวอ่อนยักยอกแหวนเพชรของตนไป ศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงว่านายเฒ่ามอบแหวนเพชรให้นางสาวอ่อนโดยเสน่หานางสาวอ่อนไม่มีความผิดตามฟ้อง พิพากษายกฟ้อง คดีถึงที่สุดแล้ว ดังนี้ นางสาวอ่อนจะมีอำนาจฟ้องนายเฒ่าเป็นจำเลยคดีอาญาในความผิดฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงาน ฐานฟ้องเท็จและฐานเบิกความเท็จได้หรือไม่ เพียงใด |
| นายมากแต่งตั้งให้นายน้อยเป็นทนายความฟ้องคดีเรียกเงินตามเช็คจากลูกหนี้ของนายมาก โดยให้นายน้อยมีอำนาจรับเงินแทนได้ แต่เมื่อนายน้อยเรียกเก็บเงินจากลูกหนี้ได้แล้วไม่นำไปให้นายมาก นายมากจึงยื่นฟ้องนายน้อยเป็นคดีอาญาฐานยักยอก เมื่อคดีอาญาอยู่ระหว่างรอฟังคำพิพากษาของศาลชั้นต้น นายน้อยได้นำเอาใบคำร้องเปล่ามาทำปลอมเป็นคำร้องของนายมากมีข้อความว่า นายมากขอถอนฟ้องคดีที่ฟ้องนายน้อยจำเลย แล้วนายน้อยให้ผู้อื่นปลอมตนเป็นผู้แทนโจทก์นำคำร้องขอถอนฟ้องปลอมฉบับนั้นไปยื่นต่อศาล โดยนายน้อยได้ยื่นคำแถลงต่อศาลว่าไม่คัดค้านการขอถอนฟ้อง ศาลชั้นต้นหลงเชื่อว่านายมากประสงค์จะขอถอนฟ้องจริง จึงสั่งอนุญาตให้ถอนฟ้องและจำหน่ายคดีออกจากสารบบความ นายมากทราบเรื่องภายหลังจากพ้นกำหนดระยะเวลาอุทธรณ์แล้ว จึงมายื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นขอให้ยกคดีขึ้นพิจารณาใหม่อ้างว่าคำร้องขอถอนฟ้องเป็นเอกสารปลอม ให้วินิจฉัยว่า ศาลชั้นต้นมีอำนาจที่จะยกคดีขึ้นพิจารณาใหม่ตามคำร้องของนายมากหรือไม่ |
| นายดำขับรถยนต์ชนนายขาวซึ่งเดินอยู่ริมถนนได้รับบาดเจ็บสาหัสเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลต้องเสียค่ารักษาพยาบาลเป็นเงินทั้งสิ้น 50,000 บาท พนักงานสอบสวนทำการสอบสวนแล้วมีความเห็นควรสั่งฟ้องนายดำในข้อหากระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส แล้วส่งสำนวนไปยังพนักงานอัยการ นายขาวผู้เสียหายได้ร้องขอให้พนักงานอัยการดำเนินคดีแพ่งเรียกค่าเสียหายแทนตนด้วย ระหว่างพิจารณาของพนักงานอัยการ นายขาวผู้เสียหายยื่นฟ้องคดีอาญาด้วยตนเอง ให้วินิจฉัยว่า ถ้าพนักงานอัยการยื่นฟ้องคดีอาญาจะเรียกค่าเสียหายแทนนายขาวได้หรือไม่ และหากนายขาวจะฟ้องคดีแพ่งเรียกค่าเสียหายด้วยตนเองจะยื่นฟ้องต่อศาลใดได้บ้าง |
| พนักงานอัยการยื่นฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยซึ่งมีอายุ 17 ปี และบวกโทษจำคุก 1 ปี ที่รอการลงโทษไว้ในคดีก่อนด้วย ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาลงโทษจำคุก 9 ปีและบวกโทษที่รอการลงโทษไว้แล้ว รวมจำคุก 10 ปี โดยไม่ลดมาตราส่วนโทษให้ จำเลยอุทธรณ์ว่าศาลซั้นต้นลงโทษจำคุกสูงเกินไป ขอให้ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เฉพาะโทษให้จำคุก 5 ปี บวกโทษจำคุกที่รอการลงโทษไว้ เป็นจำคุก 6 ปี จำเลยฎีกาว่า ก. ศาลอุทธรณ์ยังคงลงโทษหนักเกินไป ขอให้ศาลฎีกาลงโทษเบาลงอีก ข. ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ไม่ลดมาตราส่วนโทษให้ ขอให้ศาลฎีกาลดมาตราส่วนโทษให้ ค. ศาลชั้นต้นออกหมายจำคุกระหว่างอุทธรณ์ฎีกาไม่ถูกต้องโดยหักวันคุมขังขาดไป 20 วัน ขอให้ศาลฎีกาพิพากษาแก้ ให้วินิจฉัยว่า ฎีกาของจำเลยต้องห้ามหรือไม่ |
| พนักงานอัยการโจทก์ฟ้องว่าเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2544 เวลากลางคืนจำเลยซึ่งเป็นบุคคลต่างด้าวมีภูมิลำเนาอยู่นอกราชอาณาจักรไทย เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรทางชายแดนภาคเหนือบริเวณตำบล อำเภอ จังหวัดใดไม่ปรากฏชัด โดยไม่เดินทางเข้ามาตามช่องทางด่านตรวจคนเข้าเมืองและตามกำหนดเวลาที่รัฐมนตรีประกาศไว้ในราชกิจจานุเบกษาไม่ยื่นรายการตามแบบที่กำหนดในกฎกระทรวง ไม่ผ่านการตรวจอนุญาตของพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองประจำเส้นทางนั้น และไม่มีหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางอันถูกต้อง อันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย และวันเดียวกันนั้นเวลากลางคืนหลังเที่ยง จำเลยกับพวกที่หลบหนีอีก 2 คน ปล้นทรัพย์สร้อยคอทองคำ 1 เส้น หนัก 1 สลึง ราคา 1,600 บาทของนางสาวใหญ่ ผู้เสียหาย ไปโดยจำเลยตบหน้าผู้เสียหายแล้วกระชากเอาสร้อยคอทองคำของผู้เสียหายไป เหตุปล้นทรัพย์เกิดที่ตำบลไม้ยา อำเภอพญาเม็งราย จังหวัดเชียงราย ตามวันเวลาดังกล่าวเจ้าพนักงานตำรวจจับจำเลยได้พร้อมกับยึดสร้อยคอทองคำ 1 เส้น ของผู้เสียหายที่จำเลยกับพวกปล้นไปเป็นของกลาง และผู้เสียหายได้รับคืนไปแล้ว ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 มาตรา 11, 12, 18, 62 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83,91, 340 จำเลยมีทนายความยื่นคำให้การปฏิเสธและต่อสู้ว่าฟ้องโจทก์ไม่ระบุสถานที่เกิดเหตุว่าจำเลยลักลอบเข้ามาในราชอาณาจักรที่ใด ขอให้ยกฟ้อง ถ้าข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในทางพิจารณาฟังได้ว่า จำเลยเป็นคนต่างด้าวเข้ามาราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต และจำเลยกับพวกทั้งสองคนดังกล่าวเพียงแต่เข้าไปกระชากสร้อยคอของกลางจากคอผู้เสยหายไป อันเป็นความผิดฐานวิ่งราวทรัพย์เท่านั้น ดังนี้ ศาลชั้นต้นจะวินิจฉัยข้อต่อสู้ของจำเลยและพิพากษาคดีนี้ อย่างไร |
| นายจนร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีแก่นายฉ้อข้อหาฉ้อโกงเงินค่าสมัครไปทำงานต่างประเทศจำนวน 100,000 บาท พนักงานสอบสวนทำการสอบสวนแล้ว มีความเห็นควรสั่งฟ้องข้อหาตามความผิดต่อพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2528 มาตรา91 ตรี ซึ่งมิใช่ความผิดอันยอมความได้และข้อหาฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 41ต่อมาพนักงานอัยการฟ้องนายฉ้อทั้งสองข้อหาดังกล่าวข้างต้นและขอให้นายฉ้อคืนเงิน 100,000บาท ให้นายจน ผู้เสียหายด้วย นายฉ้อให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่านายฉ้อมีความผิดตามฟ้องทั้งสองข้อหาและให้นายฉ้อคืนเงิน 100,000 บาท แก่นายจน นายฉ้ออุทธรณ์ คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ นายจนถึงแก่ความตาย มีนายหล่อ บุตรชาย เป็นทายาทเพียงคนเดียว นายหล่อเป็นคนรักของนางสาวสวย บุตรสาวของนายฉ้อ นางสาวสวยขอร้องนายหล่อไม่ให้ดำเนินคดีแก่นายฉ้อต่อไป นายหล่อไปพบพนักงานอัยการและยื่นคำร้องขอถอนคำร้องทุกข์ พนักงานอัยการยื่นคำแถลงต่อศาลอุทธรณ์ว่านายหล่อ ทายาทนายจนผู้เสียหายขอถอนคำร้องทุกข์แล้ว ให้วินิจฉัยว่า ศาลอุทธรณ์จะมีคำสั่งและคำพิพากษาอย่างไร |
| โจทก์ทั้งสามฟ้องจำเลยว่ากระทำความผิดฐานยักยอกทรัพย์ของโจทก์ทังสามไปโดยทุจริต ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วมีคำสั่งประทับฟ้อง จำเลยให้การปฏิเสธ ก่อนสืบพยานโจทก์ นายก้านยื่นคำร้องว่าเป็นเจ้าของร่วมในทรัพย์ที่ถูกยักยอก ขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ต่อมาโจทก์ที่ 3 ถึงแก่ความตาย โจทก์ที่ 1 ซึ่งเป็นมารดาของโจทก์ที่ 3 ยื่นคำร้องขอเข้าดำเนินคดีต่างผู้ตายหลังจากนั้นโจทก์ที่ 1 ไม่ประสงค์จะดำเนินคดีต่างผู้ตายอีกต่อไป จึงยื่นคำร้องขอถอนฟ้องคดีในส่วนของโจทก์ที่ 3 จำเลยแถลงไม่ค้านคำร้องของนายก้านและของโจทก์ที่ 1 ทั้งสองฉบับ และจำเลยยื่นคำร้องด้วยว่าเมื่อโจทก์ที่ 3 ถอนฟ้องตามคำร้องดังกล่าวแล้ว คดีเป็นอันระงับไป ศาลไม่อาจดำเนินคดีต่อไปได้ ดังนี้ ศาลชั้นต้นจะพิจารณาสั่งคำร้องของนายก้าน คำร้องของโจทก์ที่ 1 ในส่วนที่ขอเข้าดำเนินคดีต่างผู้ตายและขอถอนฟ้องในส่วนของโจทก์ที่ 3 กับคำร้องของจำเลยอย่างไร |